วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

โปรดเกล้าฯแล้ว "ครม.ประยุทธ์ 1"



เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2557 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งรายชื่อคณะรัฐมนตรี หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแล้ว


ประกาศ ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2557  พ.ศ.2557 เป็นปีที่ 69 ในรัชกาลปัจจุบัน


สำหรับรายชื่อบุคคลที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีดังนี้



พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม


"บิ๊กป้อม" เกิดเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2488 อายุ 69 ปี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 ปี 12 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 17 ปี 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก สำหรับตำแหน่งสำคัญที่รับราชการ อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 พัน.2 รอ.) ปี 32 เป็นผู้บังคับการกรมทหาราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 รอ.) ปี 39 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ในปี 40 ได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 1 ปี 41 เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 ปี 43 และผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ (ผช.เสธ.ทบ.ฝยก.) ได้รับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 และขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารบก ปี 47

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร
รมช.กลาโหม 


"บิ๊กโด่ง" เกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับนางวิภาดา สีตบุตร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 14 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 25 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 65 เริ่มรับราชการตั้งแต่ปี 21 ผู้บังคับหมวดกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ส่วนตำแหน่งสำคัญ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.), ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ พ.ศ.2545, รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ปี 47, เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ปี 49, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ปี 51, รองแม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2552, แม่ทัพภาคที่ 1 พ.ศ.2553, เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) ปี 55, รองผู้บัญชาการทหารบก ปี 56

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร
รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ


"บิ๊กเจี๊ยบ" เกิดวันที่ 9 พ.ย. 2496 อายุ 60 ปี สมรสกับนางเพ็ญลักษณ์ ปฏิมาประกร (บุนนาค) จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 23 ตท.12 และ จปร.23 ร่วมรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร เติบโตมาจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี และเคยเป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยนี้มาก่อน นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้บังคับบัญชาคนแรกของหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ 90 (ฉก.90)

ดอน ปรมัตถ์วินัย
รมช.ต่างประเทศ

เกิดวันที่ 25 ม.ค. 2493 อายุ 64 ปี สมรสกับนางนรีรัตน์ ปรมัตถ์วินัย นายดอนจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนรับทุน ก.พ.เรียนต่อ

สหรัฐอเมริกา UCLA (ป.ตรีและโท) Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University (ป.โท) เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และเคยเป็นทูตใหญ่ประจำในหลายประเทศ ก่อนเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ

วิษณุ เครืองาม
รองนายกรัฐมนตรี


เกิดวันที่ 15 ก.ย. 2494 อายุ 63 ปี สมรสกับนางวัชราภรณ์ เครืองาม มีบุตรชาย 1 คน ชื่อนายวิชญะ เครืองาม จบการศึกษาคณะนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดีมาก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ระดับปริญญาโท Master of Laws (LL.M.) และปริญญาเอก Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยทุนรัฐบาล เริ่มรับราชการโดยเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มงานทางการเมืองในตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ.2535 สมัยรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร และได้เข้าทำงานการเมืองอีกครั้งในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี พ.ศ.2545 โดยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย ต่อมาหลังการรัฐประหาร ปี 49 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ด้วย

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
รองนายกรัฐมนตรี


เกิดวันที่ 15 กรกฎาคม 2490 อายุ 67 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ จาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เริ่มทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย แล้วมารับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เป็น รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน และ พล.อ.สุจินดา คราประยูร จากนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์



ยงยุทธ ยุทธวงศ์
รองนายกรัฐมนตรี



เกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2487 อายุ 70 ปี สมรสกับนางอรชุมา ยุทธวงศ์ จบโรงเรียนเซนต์คาเบรียล และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับปริญญาตรีเคมี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยลอนดอน และปริญญาเอกสาขาอินทรีย์เคมีจากมหาวิทยาลัยออกซ

ฟอร์ด ได้รับรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น" และได้รับการยกย่องเป็น "นักวิทยาศาสตร์อาวุโส" เคยเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์


ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล
รมต.สำนักนายกฯ



เกิดวันที่ 26 สิงหาคม 2499 อายุ 58 ปี จบโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร จากนั้นจึงติดตามครอบครัวไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ณ โรงเรียนเตรียมทหารคิงส์ ประเทศออสเตรเลีย โดยสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางวิทยาศาสตร์ และปริญญาโททางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จาก Brigham Young University สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นเข้ารับราชการในกองทัพบก ตำแหน่ง อาจารย์ สังกัดส่วนการศึกษา กองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชั้นยศร้อยเอก จากนั้นได้โอนย้ายมารับราชการ สังกัดกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ทั้งรองผู้ว่าฯสมุทรสาคร รองผู้ว่าฯปทุมธานี และรองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2550 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 10 (ชช.) ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้ว่าฯนครปฐม ในปี 2552 ต่อมาในปี 2553 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงใหม่ จนปี 2555 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และในปี 2557 คสช.ได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี




สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ
รมต.สำนักนายกฯ
อายุ 60 ปี เคยผ่านงานที่สำคัญของหน่วยข่าวกรอง อาทิ ทำงานปฏิบัติการที่ประเทศกัมพูชา ปฏิบัติงานที่ประเทศออสเตรเลีย ผ่านงานด้านการรักษาความปลอดภัย ผ่านงานด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ผ่านการปฏิบัติการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านงานการบริหารในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ



พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รมว.มหาดไทย 


"บิ๊กป๊อก" เกิดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2492 สมรสกับนางกุลยา เผ่าจินดา มีบุตร-ธิดา 2 คน ชื่อนายยุทธพงษ์ เผ่าจินดา และ น.ส.วิมลิน เผ่าจินดา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 21 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก จบศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (การจัดการสำหรับนักบริหาร) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นนายทหารที่อยู่ในสายงานคุมกำลังรบมาตั้งแต่เริ่มรับราชการใหม่ เคยเป็นผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทหารเสือราชินี (ผบ.ร.21 รอ.) เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ก่อนจะได้เลื่อนเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 นั้น ได้เป็นหนึ่งในทหารผู้ก่อการรัฐประหารในประเทศไทย 19 ก.ย. 49 ต่อมาได้รับเลือกให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก (คนที่ 36) เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 50



สุธี มากบุญ
รมช.มหาดไทย


เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2493 ปัจจุบันอายุ 64 ปี สมรสกับนางต้องฤดี มากบุญ จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร จบรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รับราชการครั้งแรกเมื่อปี 17 ในตำแหน่งปลัดอำเภอตรี อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี และได้รับการบรรจุเป็นนายอำเภอตาลสุม จ.อุบลราชธานี ปี 31 และย้ายสลับระหว่างตำแหน่งนายอำเภอและเป็นผู้อำนวยการกอง จนกระทั่งปี 2539 ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม จากนั้นในปี 40 เป็นรองผู้ว่าฯสกลนคร ลพบุรี นครสวรรค์ มุกดาหาร ตามลำดับ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯยโสธร ปี 45 ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯอุบลราชธานี ปี 48 และผู้ว่าฯนครราชสีมา ปี 50 กระทั่งเกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในปี 52


พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา
รมว.ยุติธรรม


"บิ๊กต๊อก" เกิดวันที่ 21 มิ.ย. 2498 สมรสกับนางพจนี คุ้มฉายา จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนอู่ทอง เป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 15 (ตท.15) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 26 (จปร.26) รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ศึกษาต่อปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับราชการตำแหน่งหลักของกองทัพบก ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ทั้ง 3 กรม ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ แม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนขึ้นสู่ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารบก เป็น ผบ.หน่วย ฉก.เพชราวุธ เป็นทหารหน่วยแรกนอก ทภ.4 ที่ไปปฏิบัติงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 47 และเป็นนายทหารสายวงศ์เทวัญเพียงคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางบูรพาพยัคฆ์


พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว
รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


"บิ๊กอู๋" เกิดเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2497 ชาวนครพนม อายุ 59 ปี สมรสกับนางอรัญญา อรัณยกานนท์ มีบุตรชาย 1 คน จบมัธยมโรงเรียนเทเวศร์ศึกษา เป็นนักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่นที่ 29 จบปริญญาโทด้านพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนครพนม เริ่มต้นชีวิตราชการ รอง สวป.สน.ปทุมวัน ย้ายเป็นผู้บังคับหมวดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นครพนม เป็น สวป.เมืองมุกดาหาร สว.สภ.กิ่ง อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร สว.สภ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร, เป็นหัวหน้าแผนก 3 ยุทธการ กก.ตชด.13 จ.กาญจนบุรี, รอง ผกก.อก.ตชด.ภาค 1, รอง ผกก.2 สสน.ตชด., อาจารย์ภาควิชาทหารและทหารฝึก ร.ร.นรต., รอง ผบก.รร.นรต., รอง ผบก.ตชด.ภาค 1, ผบก.สำนักงานแผนงานและงบประมาณ ผบก.จร., ผู้ช่วย ผบช.น., รอง ผบช.น., ผบช.ภ.3, ก่อนลงใต้เป็น ผบช.ภ.9 ทำหน้าที่ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า นำทัพกองกำลังตำรวจในภารกิจดับไฟใต้ กระทั่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปรึกษา (สบ 10), รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ก่อนเป็น ผบ.ตร.ในเดือน ต.ค. 55 และถูกย้ายไปประจำสำนักนายกฯหลังปฏิวัติ 22 พ.ค. 57



พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ
รมว.พาณิชย์ 

"บิ๊กนมชง" เกิดวันที่ 5 ส.ค. 2498 อายุ 59 ปี สมรสกับ พล.ต.หญิง อัญรัช สาริกัลยะ จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตมาจากเหล่า "ทหารช่าง" และถือเป็น "ขุนศึก" ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ-การเงิน มากที่สุดคนหนึ่งของกองทัพบก ตำแหน่งสำคัญ เจ้ากรมการเงินทหารบก รองปลัดบัญชีทหารบก ผู้ช่วยเสธ.ทบ. ฝ่ายส่งกำลังบำรุง รอง เสธ.ทบ. ก่อนขยับขึ้นพลเอกในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ แล้วก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.เคยเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5


อภิรดี ตันตราภรณ์
รมช.พาณิชย์ 


จบการศึกษาปริญญาโทด้านการค้าระหว่างประเทศ Syracuse University, U.S.A รับราชการในกระทรวงพาณิชย์หลายตำแหน่ง อาทิ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประธานบริหาร หัวหน้าคณะเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ



ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์
รมว.วิทยาศาสตร์ฯ


เกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2498 ปัจจุบันอายุ 59 ปี จบปริญญาเอก ด้านนโยบายและการจัดการสาธารณะจาก Wharton School, University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งทั้งหน่วยงานของรัฐและระดับมหาวิทยาลัยมากมาย อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กรรมการผู้คุณวุฒิในสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กรรมการมูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทย และที่ปรึกษาอธิการบดีด้านนโยบายและแผน มจธ. โดยถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับต้นๆ ของประเทศไทย



พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์
รมว.แรงงาน



"บิ๊กเต่า" เกิดวันที่ 7 กันยายน 2497 อายุ 59 ปี สมรสกับ นางแสงอรุณ กาญจนรัตน์ มีบุตร 2 คน เพื่อนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 23 (จปร.23) ของ พล.อ.ประยุทธ์ เติบโตมาในสายกิจการพลเรือน โดยเป็นอาจารย์หัวหน้าวิชาการปฏิบัติการจิตวิทยา โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือน ทบ. และผ่านตำแหน่งสำคัญๆ ประกอบด้วย เจ้ากรมกิจการพลเรือน ทบ. ผู้ช่วย เสธ.ทบ.ฝ่ายกิจการพลเรือน ทบ. รองเสนาธิการ ทบ. หัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการ ทบ. และรองปลัดกระทรวงกลาโหม ก่อนได้รักษาราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมแทน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ถูกโยกไปเป็นประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมตามคำสั่ง คสช. ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 57


พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง
รมว.คมนาคม

"บิ๊กจิน" เกิดวันที่ 7 มีนาคม 2497 อายุ 60 ปี สมรสกับ นางจินตนา จั่นตอง มีบุตร 2 คน จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 13 (ตท.13), โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 20 (นรอ.20), วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 48 (วปรอ.48) และสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต จากสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เคยผ่านตำแหน่งสำคัญๆ มากมาย เช่น ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมยุทธการ ทอ. ผู้บังคับการกองบิน 1 กองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงบอนน์ รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงปารีส รักษาการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทยประจำกรุงโรม เจ้ากรมข่าวทหารอากาศ เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเสนาธิการ ทอ. ในปี 2552 ก่อนจะขยับขึ้นนั่งงเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการ ทอ. ในปี 2554 และรับตำแหน่งผู้บัญชาการ ทอ.ในปี 2555


อาคม เติมพิทยาไพสิฐ
รมช.คมนาคม

เกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2499 ปัจจุบันอายุ 58 ปี จบเศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต Williams College, USA ปี 39-42 เป็นผู้อำนวยการกองวิเคราะห์และประมาณการเศรษฐกิจ ปี 42-43 เป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ชช. (ผู้เชี่ยวชาญ) ปี 43-46 เป็นผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปี 46-47 เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน ปี 47-53 เป็นรองเลขาฯสศช. และปี 53-ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเลขาฯสศช. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และลาออกเพื่อมารับตำแหน่งรัฐมนตรี


พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย
รมว.ศึกษาธิการ 

"บิ๊กเข้" เกิดวันที่ 7 ตุลาคม 2496 อายุ 60 ปี "บิ๊กเข้" จบเตรียมทหารรุ่น 13 (ตท.13) โรงเรียนนายเรือรุ่นที่ 20 หัวหน้านักเรียน เหล่าพรรคนาวิน ผ่านตำแหน่งที่สำคัญประกอบด้วย ผู้บังคับการเรือ ร.ล.คีรีรัฐ ร.ล.ปราบปรปักษ์ ร.ล.ตาปี และผู้บังคับเรือหลวงนาคา จากนั้นเป็นหัวหน้าแยกประเภท กองกำลังพล กรมกำลังพล ทร. และรักษาการ ผบ.รล.วิทยาคม จากนั้นมาเป็นอาจารย์ที่สถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง (สรส.) ก่อนกลับไปเป็นรอง ผอ.กกฝ. กรมยุทธการ ทร. และเป็น ผอ.กองยุทธการ กรมยุทธการทหารเรือ ต่อมาได้เป็นผู้ช่วยทูตทหารเรือไทย ประจำกรุงโรม อิตาลี ก่อนกลับมาเป็น รองเสนาธิการ สรส. แล้วก้าวเป็นรองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ต่อด้วยผู้ช่วยเจ้ากรมยุทธการทหาร บก.กองทัพไทย จากนั้นข้ามมาเป็นเสนาธิการกองเรือภาค 2 กองเรือยุทธการ แล้วกลับมาเป็นเจ้ากรมยุทธการ ทร. แล้วขึ้นเป็น ผช.เสธ.ทร.ฝ่ายยุทธการ เป็นรอง เสธ.ทร. เป็นพลเรือเอก ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ จนปี 2555 ได้ขึ้นเป็นรอง ผบ.ทร. และเป็น ผบ.ทร.ในปี 2556


พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์
รมช.ศึกษาธิการ 

"บิ๊กน้อย" อายุ 59 ปี สำหรับตำแหน่งสำคัญที่รับราชการที่สำคัญ อาทิ ผบ.กองพลทหารราบที่ 4 (พล.ร.4) เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 3 และเป็นแม่ทัพน้อยภาคที่ 3 (พล.ท.) ข้ามมาเป็นผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน (ผช.เสธ.ทบ.ฝกร.) และขยับรองเสนาธิการทหารบก (รอง เสธ.ทบ.) และได้เป็นรองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช.


ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร
รมช.ศึกษาฯ


เกิดวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2489 ปัจจุบันอายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี B.Sc.First Class Hons. Electrical Engineering (เกียรตินิยมอันดับ 1) ในปี พ.ศ. 2511 และปริญญาเอกด้านวัสดุวิศวกรรมไฟฟ้า แขนงวิศวกรรมไมโครเวฟ จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร เริ่มรับราชการที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และได้เป็นอธิการบดี มจธ.และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ในปี 2549 จนเกษียณอายุราชการ ปัจจุบันยังทำงานในแวดวงการศึกษา อาทิ เป็นรองประธานคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) เป็นต้น

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


"บิ๊กหนุ่ย" เกิดวันที่ 8 กันยายน 2496 อายุ 60 ปี สมรสกับ พ.อ.หญิง สุพัตรา รัตนสุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เริ่มต้นชีวิตราชการทหารครั้งแรกกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ต่อมาปี พ.ศ.2530 ได้เป็นราชองครักษ์เวร จากนั้นได้เป็นฐานะผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ซึ่งมีอำนาจในการควบคุมกำลังรบหลักของกรุงเทพฯ ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาค 1 จากนั้นในปีถัดมาจะได้เป็นผู้ช่วยเสนาธิการ ทบ.ฝ่ายยุทธการ และได้เลื่อนขึ้นมาเป็นรองเสนาธิการ ทบ. และเสนาธิการ ทบ. นอกจากนี้ เมื่อครั้งรัฐประหารปี 2549 พล.อ.ดาว์พงษ์ยังได้รับแต่งตั้งให้เป็น สนช. และนั่งเป็นเลขาธิการ กอ.รมน. และผู้ช่วยเลขานุการ ศอฉ.เมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ปี 2553 ด้วย



นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน
รมว.สาธารณสุข


เกิดวันที่ 13 สิงหาคม 2493 ปัจจุบันอายุ 64 ปี เคยเป็นอนุกรรมการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการควบคุมอันตรายในการใช้ยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สธ. ระหว่างปี พ.ศ.2538-2542 ประธานวิชาการ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ประธานวิชาการ สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และลาออกจากตำแหน่ง โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลและประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)



นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศม์
รมช.สาธารณสุข

เกิดวันที่ 28 กรกฎาคม 2496 อายุ 61 ปี จบการศึกษาปริญญาโทด้านสาธารณสุขศาสตร์ จาก Royal Tropical Institute,Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็เข้ารับราชการเมื่อปี 2526 ได้รับตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าสำนักประสานงานวิชาการและพัฒนากำลังคน ด้านสาธารณสุข ผอ.สำนักนโยบายและแผนสาธารณสุข เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยปลัดกระทรวง สธ.ในปี พ.ศ.2543 จนถึงปี พ.ศ.2544 มีผลงานทั้งที่เป็นตำราและงานวิจัยมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ริเริ่มการศึกษาและพัฒนาระบบบริการด้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ ที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน มีคณะกรรมการ 27 คน ภายหลังมีการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)


กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร
รมว.กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เกิดวันที่ 19 กันยายน 2503 อายุ 54 ปี สมรสกับ พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จบการศึกษาโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรี ด้านสถาปัตยกรรมจาก Rhode Island School of Design ประเทศสหรัฐอเมริกา (Bachelor Degree in Architecture) และหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วตท.5) สถาบันวิทยาลัยการตลาดทุน เริ่มทำงานในปี 2529 เป็นผู้จัดการแผนกโฆษณา ปี 2555 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และเป็นประธานกรรมการบริหารบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด และในปี 2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนที่จะลาออกมารับตำแหน่ง



สมหมาย ภาษี
รมว.คลัง 

เกิดวันที่ 26 มิถุนายน 2487 ปัจจุบันอายุ 70 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) ในปี 2510 และปริญญาโทสาขาเดียวกัน ในปี 2513 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาระดับปริญญาโทด้านการวางแผนและพัฒนา ที่มหาวิทยาลัยวานเดอบิลต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.คลัง (นายสมหมาย ฮุนตระกูล) และเข้ารับราชการในกระทรวงการคลัง อยู่ในตำแหน่งสูงสุดคือรองปลัดกระทรวงการคลังจนเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็น รมช.คลัง ในรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ต้องพ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 182(3) เนื่องจากศาลอาญาพิพากษาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2550 ตัดสินจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา จากกรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการสั่งพักงาน นายทัศพงษ์ วิชชุประภา ผู้บริหารบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด เมื่อปี พ.ศ.2547 แต่ได้อุทธรณ์ในคดีดังกล่าว และชนะคดีในชั้นศาลอุทธรณ์


ณรงค์ชัย อัครเศรณี
รมว.พลังงาน 


เกิดวันที่ 3 กรกฎาคม 2488 ปัจจุบันอายุ 69 ปี สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา มีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทย ปี พ.ศ.2549 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และในปี พ.ศ.2557 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นครั้งที่สอง


พรชัย รุจิประภา
รมว.เทคโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

จบการศึกษาปริญญาเอก Ph.D. (Regional Economics) University of Pennsylvania, U.S.A. เคยทำงานเกี่ยวข้องกับด้านพลังงานเป็นหลัก อาทิ กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกรรมการ ประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการลงทุนของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นต้น


ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยธุยา
รมว.เกษตรและสหกรณ์ 

เกิดวันที่ 22 มกราคม 2490 ปัจจุบันอายุ 67 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท MPA. California State University วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 33 ทำงานภาครัฐหลายหน่วยงาน อาทิ วิทยากร กองศึกษาภาวะเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ผู้อำนวยการกองจัดการปฏิรูปที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กระทั่งขึ้นเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี 2541 เป็นผู้อำนวยการสำนักงานการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน (องค์การมหาชน) และข้ามมาเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


จักรมณฑ์ ผาสุกวณิช
รมว.อุตสาหกรรม

เกิดวันที่ 15 กุมภาพัน์ 2491 ปัจจุบันอายุ 66 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท เศรษฐศาสตร์ California State University in Northridge, U.S.A. เข้าเรียนหลักสูตรนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 39 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รับราชการหลายหน่วยงานรัฐ ได้แก่ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  และประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย



วีระ โรจน์พจนรัตน์
รมว.วัฒนธรรม




เกิดวันที่ 11 มีนาคม 2495 อายุ 63 ปี จบการศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประวัติการทำงาน เคยดำรงตำแหน่งอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ.2549-กันยายน 2553 รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ.2546-2549 รองอธิบดีกรมศิลปากร พ.ศ.2542-2546 เลขานุการกรมศิลปากร พ.ศ.2536-2542 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมสภามหาวิทยาลัยพะเยา ด้านสังคมได้รับเลือกเป็นบุคคลดีเด่นที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ประจำปี พ.ศ.2547 จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับรางวัลสถาปนิกดีเด่นด้านสังคมและวัฒนธรรม จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ปี 2551 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) ปี 2551

..............

  ที่มา มติชนออนไลน์

                    เรวัติ  น้อยวิจิตร   สุพรรณบุรีนิวส์

กาญจนบุรี จัดงาน One Day Rotary หน่วยแพทย์เคลื่อนที่โรตารี่สู่ชุมชน

         


              สโมสรโรตารี่จังหวัดกาญจนบุรีร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ โรงพยาบาล ในจังหวัดกาญจนบุรี จัดงาน One Day Rotary หน่วยแพทย์เคลื่อนที่โรตารี่สู่ชุมชน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ



             วันนี้ (๓๑ ส.ค.๕๗ ) เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่โรงเรียนเทศบาล ๕ ( กระดาษไทยอนุเคราะห์) อ.เมือง จังหวัดกาญจนบุรี นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน One Day Rotary หน่วยแพทย์เคลื่อนที่สู่ชุมชน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วย นายขวัญชัย เลาหวิรภาพ ผู้ว่าการภาค ๓๓๓๐ โรตารี่สากล หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และมูลนิธิ เข้าร่วม โดยมีนายเชษฐพงษ์ นาคะตระกูลพันธ์ นายกสโมสรโรตารี่กาญจนบุรี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้




              สโมสรโรตารี่จังหวัดกาญจนบุรีได้ร่วมกับมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง เทศบาลเมืองกาญจนบุรี หอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โครงการจุฬาฯรักษ์โลก สำนักงานที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี และโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) จัดงานOne Day Rotary หน่วยแพทย์เคลื่อนที่โรตารี่สู่ชุมชน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้บริการประชาชนทางด้านสุขภาพและการรับบริจาคโลหิต ให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ



             ซึ่งภายในงานได้มีการนำหน่วยแพทย์ออกให้บริการในการรักษาโรคทั่วไป โรคตา และด้านทันตกรรม การรับบริจาคโลหิต พร้อมทั้งการให้บริการทั่วไป อาทิ การนวดเพื่อสุขภาพ บริการเสริมสวย การอบรมขับขี่ปลอดภัยและการตรวจเช็ครถจักรยานยนต์ ซึ่งมีประชาชนมาร่วมใช้บริการเป็นจำนวนมาก




             ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี  /  เรวัติ  น้อยวิิจิตร  กาญจนบุรีนิวส์

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สุพรรณบุรี การแข่งขันกีฬาอาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 9 " ยุทธหัตถีเกมส์ "




            ระเบิดศึกกีฬาอาชีวะเกมส์ ระดับชาติ ครั้งที่ 9 "ยุทธหัตถีเกมส์" ระหว่างวันที่ 1-7  กันยายน 2557 ณ สนามสถาบันพลศึกษา จ.สุพรรณบุรี  เพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัยแก่นักเรียน ปลูกฝังคุณธรรมตามนโยบายคุณธรรมนำความรู้ให้มีน้ำใจนักกีฬา การสร้างความสมานฉันท์ของนักเรียนนักศึกษาสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข   




              โดยแบ่งการแข่งขันทั้งหมด 10 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา มวยไทย มวยสากลสมัครเล่น บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ฟุตบอล ฟุตซอล เซปัคตะกร้อ หมากล้อม และเปตอง โดยชมพิธีเปิดในวันที่ 1 กันยายน 2557 ถ่ายทอดสดทางช่อง 11 (NBT) ตั้งแต่เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป      


           
             
               ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี โทร. 035-511888                                                









           เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445                                                     

สุพรรณบุรี กกต.ประกาศ ขยายเวลาการเสนอตัว ฯ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ



              ตามที่ คณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ออกประกาศ เรื่อง การสรรหาบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม  ๒๕๕๗  เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อเสนอตัวเข้ารับการสรรหา เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่  วันที่ ๑๙  สิงหาคม ถึง วันที่ ๒๔  สิงหาคม  ๒๕๕๗  ตั้งแต่เวลา  ๐๘.๓๐ -๑๖.๓๐ น.  ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ถนน พระพันวษา อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี  นั้น

              นางสายใจ หมั่นฝึกพันธ์  ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ในฐานะ เลขานุการคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดฯ ได้มีประกาศ ( เพิ่มเติม ) ให้มีการขยายเวลา ในการเสนอตัวเพื่อเข้ารับการคัดเลือก เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่ บัดนี้ จนถึงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๗   จึงแจ้งมาให้ทราบ โดยทั่วกัน


             เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

น้ำใจคนไทยบริจาคทะลุ 1.5 ล้านบาท ช่วยเหลือหนุ่มน้ำใจงาม




              น้ำใจคนไทยบริจาคทะลุ 1.5 ล้านบาท ช่วยเหลือหนุ่มน้ำใจงาม ช่วยเพื่อนบ้านดับไฟไหม้อ้อย จนตัวเองถูกไฟคลอกพิการ รพ.เจ้าพระยายามราช สุพรรณบุรีรับรักษาฟรี พบใช้มือจับช้อนตักข้าวกินเองได้ จิตรใจเริ่มแกร่ง เชื่อมีปาฏิหาริย์



              จากกรณีนายสุริยา สุนทโรทก อายุ 51 ปี อาจารย์โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ได้นำรูปภาพของนายฤทธิพล ที่ร่างกายปกติ มาเปรียบเทียบกับรูปภาพหลังประสบเหตุขณะนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงใต้ถุนบ้าน มาลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว จุดประสงค์เพื่อต้องหารให้กลุ่มเพื่อนแชร์ภาพออกไป เพราะหวังเพียงว่าอาจจะมีคนนำเงินมาช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เพราะขณะนั้น ต้องใช้เงินเพื่อซื้อยามาล้างแผลวันละ 300 ถึง 400 บาท นายวิชาญ นางสมยง พ่อแม่ต้องสลับกันออกไปรับจ้างหักข้าวโพดเพื่อนำเงินมาซื้อยาล้างแผลให้กับลูกชาย ส่วนสาเหตุสาเหตุที่ทำให้นายฤทธิพล ต้องพิการ มาจากการไปช่วยเพื่อนบ้านดับไฟที่กำลังลุกไหม้ไร่อ้อย แต่สุดท้ายตัวเองต้องมาถูกไฟคลอกเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทนทุกข์อยู่จนถึงทุกวันนี้



    ล่าสุด  วันนี้ 28 ส.ค.57 นายวิชาญ กล่าวว่าจะไม่มีวันลืมน้ำใจของคนไทยทุกคนที่หลั่งไหลช่วยกันบริจาคเงินช่วยเหลือ รวมทั้งคำอวยพรต่างๆที่มีให้กับนายฤทธิพลและครอบครัว จากการตรวจสอบบัญชีธนาคาร กสิกรไทย สาขาด่านช้าง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 288-2-57080-3 ชื่อบัญชี นายฤทธิพล นุชทอง พบว่า ยอดเงินบริจาคล่าสุด จำนวน 1,558,023 บาท ( หนึ่งล้านห้าแสนห้าหมื่นแปดพันยี่สิบสามบาทถ้วน ) อีกทั้งนายแพทย์ชัชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปรับตัวนายฤทธิพล นุชทอง มาทำการรักษาที่โรงพยาบาลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มีนายแพทย์ผดุงสิทธิ์ ละมัยเกศ  นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม ประจำโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช เป็นผู้ดูแลรักษา โดยนอนรักษาตัวอยู่ที่ห้อง 5103  แพทย์และพยาบาลได้เข้ามาตรวจและทำการล้างแผลทั้งร่างกาย ดูแลลูกชายเป็นอย่างดี




               ขณะนี้นายฤทธิพล ลูกชายมีสีหน้าและอาการสดใสขึ้นมาก ปฏิกิริยาท่าทางสามารถประคองตัวเองนั่งและใช้ช้อนตักข้าวกินเองได้แล้ว ต่างจากรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เพราะแค่ขยับตัวเล็กน้อยก็ทำไม่ได้และรู้สึกเจ็บขึ้นมาทันที ซึ่งก็ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ตนและภรรยาต้องขอขอบคุณคนไทยทุกๆท่านที่ส่งเงินมาให้และหลายคนได้ให้กำลังใจ อวยพรให้ลูกชายหายไวไว สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของผมเป็นอย่างมาก และครอบครัวของตนเชื่อว่าปาฏิหาริย์ มีจริง และกำลังจะเกิดขึ้นกับลูกชาย ให้หายจากอาการป่วย ตามคำอวยพรของคนไทยอย่างแน่นอน ”นายวิชาญกล่าว



               รายงานว่า บ่ายวันที่ 25 ส.ค.57 นักร้องนักแสดงสาวสวยชื่อดัง ศิษย์เก่าโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และเป็นลูกศิษย์ ของนายสุริยา สุนทโรทก ชื่อ เปาวลี-พรพิมล เฟื่องฟุ้ง นักร้องสังกัดแกรมมี่ โกลด์ และนางเอกภาพยนตร์เรื่อง พุ่มพวง ผลงานเพลงอัลบั้มชุด ระยะของความคิดถึง และเพลงของพุ่มพวงอีกหลายเพลง ได้ควงแม่และพี่ชาย เดินทางมาเยี่ยมนายฤทธิพล นุชทอง ถึงเตียงคนป่วยที่อยู่ใต้ถุนบ้าน พร้อมทั้งมอบเงินสดให้กับนายฤทธิพลกับมือตัวเอง จำนวนหนึ่ง นายฤทธิพล ได้รับกำลังใจจาก เปาวลี-พรพิมล เฟื่องฟุ้ง จึงมีใบหน้าที่สดใส และมีรอยยิ้มมากขึ้น และพบว่าเปาวลี-พรพิมล เฟื่องฟุ้ง นักร้องสังกัดแกรมมี่ โกลด์ ได้นำภาพถ่ายไปโพสต์ในอินสตราแกรมส่วยตัวอีกด้วย



                           
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี  / เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล  บก.อู่ทองนิวส์  ข่าว

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สุพรรณบุรี จัด กิจกรรม Happy mothers month



บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี จัดโครงการครอบครัวผูกพัน สมานฉันท์ด้วยไมตรี และกิจกรรม Happy mothers month



           ที่ลานหน้าสำนักงานบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี นางดลใจ จองพานิช นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดโครงการครอบครัวผูกพัน สมานฉันท์ด้วยไมตรี และกิจกรรม แฮบปี้ ม้าท์เทอร์ มั้น เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยมี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 65 หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดสุพรรณบุรี และสมาชิกครอบครัวในชุมชน เข้าร่วมโครงการ



            นางพรพิไล จันทรุยาภา หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี ได้กล่าวรายงานว่า กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว ที่ส่งผลไปถึงการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ ให้เกิดความมั่นคงทั้งด้านกายภาพ จิตใจ และสังคม เพราะครอบครัวเป็นสถาบันแรกของมนุษย์ ที่จะหล่อหลอมให้สมาชิกอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข โดยมีภารกิจสำคัญ 3 ด้าน ประกอบด้วย ภารกิจพื้นฐาน คือดูแลปัจจัยสี่ และสนับสนุนด้านการศึกษา ภารกิจที่สอง ภารกิจพัฒนา คือการส่งเสริมให้สมาชิกมีพัฒนาการตามวัยอย่างเหมาะสม และประการสุดท้าย ภารกิจยามวิกฤต คือการจัดการภาวะฉุกเฉินในครอบครัว เช่น ภาวะเจ็บป่วย ภาวะหย่าร้าง และภาวะความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจ ฯลฯ



           วัตถุประสงค์ในการจัดโครงการนี้ ก็เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาความขัดแย้ง และความรุนแรงในครอบครัว เพื่อสร้างเสริมความรู้เกี่ยวกับสาเหตุความขัดแย้ง และความรุนแรงในครอบครัว และเพื่อสร้างเสริมความเข้าใจในแนวทางการจัดการความขัดแย้งในระดับพื้นฐานระหว่างบุคคลและครอบครัว







   
    ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี  /  เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พิธีเปิด " ศาลาเอนกประสงค์ พวงพิกุลประชาสามัคคี "

  


             พันตำรวจเอกสุทธิ พวงพิกุล  รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย  คุณสุดา พวงพิกุล  เป็นประธานสร้าง " ศาลาเอนกประสงค์ พวงพิกุลประชาสามัคคี " และทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดนันทวัน ตำบลสระพังลาน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี  โดยมี  ข้าราชการ พ่อค้า  นักธุรกิจ และ พี่น้องประชาชน ร่วมอนุโมทนาบุญ อย่างคับคั่ง  นายไพทูรย์ รักษ์ประเทศ  นายอำเภออู่ทอง  ให้เกียรติ ร่วมงาน




             วันที่ ๒๕  สิงหาคม ๒๕๕๗  เวลา  ๑๐.๐๐ น.  พันตำรวจเอกสุทธิ พวงพิกุล  รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย  คุณสุดา พวงพิกุล  เป็นประธาน ทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนสร้าง " ศาลาเอนกประสงค์ พวงพิกุลประชาสามัคคี "  ณ วัดนันทวัน ตำบลสระพังลาน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี  โดยกำหนดการ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา  ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พันตำรวจเอกสุทธิ คุณสุดา พวงพิกุล ประธานฯ พร้อม คณะกรรมการ ผู้ร่วมงานทอดผ้าป่าสามัคคี  ร่วมถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์ เวลา ๑๑.๓๐ น. ร่วมถวายผ้าป่าสามัคคี และ ร่วมรับประทานอาหาร




              สืบเนื่องจาก ทางวัดนันทวัน ตำบลสระพังลาน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี  ได้ดำเนินการก่อสร้างศาลาเอนกประสงค์ เพื่อใช้ในงานคณะสงฆ์ และใช้ในพิธีกรรมต่างๆ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับสาธุชน ที่เข้าร่วมกิจกรรมกับทางวัด บัดนี้ทางวัดนันทวัน ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างศาลาเอนกประสงค์ด้งกล่าวแล้ว และใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า




              แต่ทางวัดยังขาดปัจจัยในการดำเนินการ เพื่อให้ศาลาดังกล่าวแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์  พระครูปลัดปรีดา สัญฺญโต  เจ้าอาวาส วัดนันทวัน  ในฐานะ  ประธานฝ่ายสงฆ์  และ พันตำรวจเอกสุทธิ  คุณสุดา พวงพิกุล   รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี  ในฐานะ ประธานดำเนินการ  จึงได้ร่วมกัน จัดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างศาลาเอนกประสงค์ ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ ในโอกาสนี้




                 ประธานอุปถัมภ์ ในการทอดผ้าป่าสามัคคี ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุน  จาก ข้าราชการ  พ่อค้า  นักการเมือง นักธุรกิจ และ คหบดี  จำนวนมาก อธิเช่น  พลตำรวจตรีวีระ  บุตรโพธิ์  อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี นายสมบูรณ์ นางดรุณี  พันธ์กิจการ  เจ้าของห้างสรรพสินค้า มุ่ยเฮง  นายโสภณกิตต์ จีรภากร  เจ้าของ โรงสี และ ร้านตังฮั๊ว   คุณสุรพงษ์ พนากิจกุล  เจ้าของโรงแรมพนาเลิศ และ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลบ้านแหลมพัฒนา  พันตำรวจเอกชาติชาย  นาคะสุวรรณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสระยายโสม  คุณธเนต  พุทธิพงษ์ นายกสโมสรโรตารี่สุพรรณบุรี  คุณสมชัย  ศรีสวัสดิ์  บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ข่าวมวลชน  คุณสุทธิญา  นิสารธัญยุ  ผู้จัดการทั่วไป ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สุพรรณบุรี ครอบครัวเชิดชูธีรกุล  ร้อยตำรวจโทสมพงษ์ พลศร  นางสมบุญ วิเศษดวงธรรม  นายธกฤต ไชยทองดี  นายกิจจา  วงศ์ประเสริฐ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี  นายธงชขัย กล่ำจตุรงค์ พันตำรวจโทนิมิตร ล้านคำ นายนิยม หวังทรัพย์  ร้อยตำรวจโทนาวิน กันพิพิช  นายกิตติพัฒน์  ฤกษ์สง่า  นายเผชิญ คุณนพมาศ  อ่ำประไพ เจ้าของโชคไพบูลย์คาร์แครฺ์  ผู้ใหญ่อดุลย์ ไกรเพ็ชร  นายทองเหมาะ ประเสริฐสม  นายชูชาติ  แซ่อั๊ง  พร้อมด้วย รองประธานอุปถัมภ์  คณะกรรมการ จำนวนมาก ร่วมอนุโมทนาบุญ ในครั้งนี้  ฯลฯ



                      ขอบคุณภาพข่าว จาก สมชัย  ศรีสวัสดิ์ บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ข่าวมวลชน และ ข่าวมวลชนออนไลน์









               เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

              

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สุพรรณบุรี หนุ่มทอดแหจมน้ำเสียชีวิต




เมื่อเวลา15.45 น. วันที่ 24 ส.ค. ร.ต.ท.นิรันดร์ ทองปาน ร้อยเวร สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิต ที่บริเวณลำห้วยกระเสียว  หมู่ 8 ต.วังคัน อ.ด่านช้าง ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.ด่านช้าง มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ชุดประดาน้ำ ที่เกิดเหตุเป็นลำห้วยขนาดใหญ่มีกระแสน้ำสีแดงไหลเชี่ยวมีญาติผู้สูญหายยืนร้องให้อยู่ริมตลิ่งเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันลงไปงมโดยใช้ความระมัดระวังใช้เวลาประมาณ 1 ชม.จึงพบผู้ร่างไร้วิญญาณผู้สูญหายทราบชื่อนายศุภกิต หมวดผา อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 401 หมู่ 2 ต.นิคมกระเสียว อาชีพรับจ้างทั่วไป สภาพตามตัวมีรอยถลอกเล็กน้อยเนื่องจากครูดกับก้อนหินใต้น้ำ



จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาทอดแหหาปลากับครอบครัว ประมาณ 4 คนหลังจากทอดแหแล้วผู้ตายได้ลงไปงมแหในลำห้วยซึ่งมีกระแสน้ำพัดไหลเชี่ยวแล้วถูกกระแสน้ำพัดจมในลำห้วยญาติพยายามช่วยแต่ไม่สามารถช่วยได้เนื่องไม่มีอุปกรณ์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาช่วยงมหากระทั่งพบกลายเป็นศพหลังจากชันสูตรแล้วได้มอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป



ศูนย์ข่าวสุพรรณบุรี

น้ำใจคนไทย เพื่อน้องวิชาญ นุชทอง เหยื่อไฟคลอกที่ ด่านช้าง



             น้ำใจคนไทย เริ่มหลั่งไหลบริจาคเงินคนละเล็กละน้อย ช่วยเหลือ ชายวัยรุ่นอายุ 19 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุถูกไฟคลอกจนพิการ ขณะเข้าช่วยเพื่อนบ้านดับไฟไหม้อ้อย ล่าสุดเงินบริจาคทะลุ 1 หมื่นบาท




    จากกรณีเมื่อวันที่  22 สิงหาคม   2557 ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอเรื่องราวครอบครัวของนายวิชาญ นุชทอง อายุ 47 ปี นางสมยง ปรางแดง อายุ 48 ปี 2 สามีภรรยา อาชีพทำไร่ และรับจ้างทั่วไป ฐานะทางบ้านยากจนอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ 16 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ต้องสลับกันออกไปทำงานหักข้าวโพดเพื่อหาเงินมาซื้อยารักษาลูกชายชื่อนายฤทธิพล นุชทอง อายุ 19 ปี ที่ถูกไฟไหม้ขณะไปช่วยเหลือเพื่อนบ้านดับไฟที่กำลังโหมลุกไหม้ไร่อ้อย เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 จนร่างกายพิการ ต้องทุกข์ทรมานทนปวดแสบ ปวดร้อน จากบาดแผลที่พุพองเป็นหนอง




           ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ 23 ส.ค.57 นายวิชาญ นุชทอง พ่อของนายฤทธิพล เปิดเผยว่า หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอข่าวออกไป ได้มีประชาชนคนไทยที่ทราบข่าวโทรศัพท์เข้ามาสอบถามอาการของลูกชายเป็นจำนวนมาก บางคนบอกว่าจะหาเวลาว่างมาเยี่ยมลูกชายที่บ้าน และบางรายบอกว่าสงสารและเห็นใจมาก แต่ไม่สามารถจะเดินทางมาเยี่ยมได้เนื่องจากบ้านอยู่ต่างจังหวัดที่อยู่ไกลกัน แต่จะโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อให้ความช่วยเหลือตามกำลังที่มีอยู่ จนถึงขณะนี้ก็ยังมีโทรศัพท์เข้ามาสอบถามอาการของลูกชายอย่างต่อเนื่อง




             และช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้ให้หลานสาวนำสมุดบัญชีธนาคาร กสิกรไทย สาขา ด่านช้าง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 288-2-57080-3 ชื่อบัญชี นายฤทธิพล นุชทอง ลูกชายไปเช็คดู พบว่ามียอดเงินบริจาคเข้ามาแล้วรวมกันจำนวนประมาณ 13,000 บาท และเงินทุกบาทจะเก็บไว้เป็นค่ารักษาลูกชาย โดยจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อยาล้างแผลและยาแก้ปวด ตามที่หมอแนะนำ ซึ่งค่าใช้จ่ายตกวันละ 300 บาท ถึง 400 บาท ตนและภรรยาต้องขอกราบขอบคุณคนไทยทุกคนแทนลูกชาย มา ณ ที่นี้ด้วย และความหวังสูงสุดของตนและภรรยาคือ เพียงต้องการให้ลูกชายหายกลับคืนมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ถึงแม้จะใช้เวลาอีกกี่ปีก็ตาม และหากลูกชายสามารถกลับมาเดิน หรือพอช่วยเหลือตัวเองได้ หากเขาต้องการเรียนหนังสืออีก ตนกับภรรยาก็จะช่วยเหลือเขาอย่างถึงที่สุด     นายวิชาญ นุชทอง พ่อของนายฤทธิพล เผย




             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุริยา สุนทโรทก อาจารย์โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ผู้ที่นำภาพถ่ายของนายฤทธิพล นุชทอง ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว เพื่อให้กลุ่มเพื่อนช่วยกันบริจาคเงินช่วยเหลือ แจ้งมาให้ผู้สื่อข่าวทราบว่า พรุ่งนี้ วันที่ 24 ส.ค.มีแม่ค้าพ่อค้า และคณะอาจารย์จำนวนหนึ่ง มีความประสงค์จะเดินทางไปเยี่ยมนายฤทธิพล ที่บ้านพัก และจะรวบรวมเงินคนละเล็กละน้อยมอบให้กับครอบครัว เพื่อเก็บเอาไว้เป็นค่าใช้จ่าย ถึงแม้จะไม่มากนัก แต่ทุกคนมีความรู้สึกภูมิใจ ที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือครอบครัวนี้เป็นอย่างมาก   และต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวนี้ออกไปให้ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี และคนไทยทราบ เพราะทำให้ครอบครัวนี้บรรเทาความเดือดร้อนได้บ้างไม่มากก็น้อย





http://www.suphaninsure.com/wizContent.asp?wizConID=66411&txtmMenu_ID=7



                                    ขอบคุณข้อมูลจาก .. ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี   /
                                         ..........................................

  เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น  อู่ทองนิวส์