วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สุพรรณบุรี นายเอกภพ จันทร์เพ็ญ รายงานอุบัติเหตุ 7 วัน อันตราย บาดเจ็บ 45 ตาย 2



           จังหวัดสุพรรณบุรี กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงาน พร้อมระดมความคิดเห็น การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559




           หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธรณภัย จังหวัดสุพรรณบุรี  กล่าวในฐานะเลขานุการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559   ว่า สำหรับการรณรงค์ ประจำวันที่  ๓0  ธันวาคม  สะสม ๒ วัน ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุ จำนวน  ๒8  ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ (admit) จำนวน  45  คน (ผู้ชาย  32  คน, ผู้หญิง  13  คน) ผู้เสียชีวิต เป็นชาย 2 คน ข้อสังเกตคือ อายุของผู้บาดเจ็บ admit อยู่ระหว่าง  15 ปีขึ้นไป และ รถจักรยานยนต์  การขับรถเร็ว เป็นสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด  ส่วนบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ  ถนนทางหลวงแผ่นดิน บริเวณทางตรง ช่วงเวลาระหว่าง  ๑๒.๐๐ – ๑๖.๐๐ น.  ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณา โดยเฉพาะองค์กรส่วนท้องถิ่นจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความตระหนัก  เพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่  พร้อมทั้งลดการสูญเสียทรัพย์สิน  ลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด






            ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิกู้ภัย ทั้งของเอกชนและขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีความพร้อม ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละจุดบริการด้วย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีความพร้อมให้ความช่วยเหลือ รวมถึงหน่วยแพทย์รถฉุกเฉินเคลื่อนที่ พร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ต่อผู้ประสบภัยอุบัติเหตุ   เพื่อเป็นแนวทางในการรณรงค์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น






เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์


เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

สุพรรณบุรี กู้ภัยจักรนารายณ์ รายงานอุบัติเหตุรถชนป้ายเหล็กข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส





               เมื่อเวลา 20.05 น. พ,30 ธันวาคม 2558 หน่วยกู้ภัยจักรนารายณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามี อุบัติเหตุรถชนป้ายเหล็กข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส บริเวณ ปั๊มน้ำมัน หนองชะโด ต.กระจัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี (ก่อนถึงอนามัยหนองชะโด) ถนนสาย (อู่ทอง-กระจัน) จึงเร่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับสายตรวจ พบรถจักรยานยนยนต์ คาวา สี น้ำเงิน-ขาว 787 สพ. สภาพพับยังเยินชนอัดกับป้าย เหล็ก "คนดีศรีสุพรรณ" ข้างทาง










                ตรวจสอบพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายบาดเจ็บอาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนเร่งนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลอู่ทอง เป็นการด่วนทราบชื่อต่อมาคือ นาย ขันติ สาวเพชรดี อายุ 33 ปี 118 ม.4 ต.บ้านดอน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี อาการไม่ดีขึ้นจึงเร่งนำตัวส่งรักษาต่อที่ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จากนั้น ได้แจ้ง ร.ต.ท.อำนาจ อินทร์พันธ์ุคำ พงส.สภ.อู่ทอง ตรวจสอบที่เกิดเหตุต่อไป











เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

พิษณุโลก ม.นเรศวร นำร่องพัฒนาโมเดลการเขียนประวัติศาสตร์ภาคประขาชน


มหาวิทยาลัยนเรศวรนำร่องพัฒนาโมเดลหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์
มิติใหม่แห่งการเขียนประวัติศาสตร์ภาคประชาชนโดยคนในท้องถิ่น


พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่๑๒สิงหาคม ๒๕๕๑ที่ทรงห่วงใยในการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย ก่อให้เกิดการตื่นตัว รื้อฟื้น ให้ความสำคัญกับหลักสูตรประวัติศาสตร์ชาติไทยมาตลอดระยะเวลา ๗ ปี



มาวันนี้ ถึงเวลาของการพัฒนาหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นเนื่องจากประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นวิชาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้เด็กและเยาวชนเกิดสำนึกรักบ้านเกิด รู้จักทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ในท้องถิ่น เข้าใจความเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งจะช่วยทำให้รับมือต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ทั้งนี้การเขียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นต้องไม่ใช่เพียงนักประวัติศาสตร์ ผู้มีอำนาจ หรือผู้มีชื่อเสียงเป็นผู้เขียน ผู้กำหนด แต่เกิดจากคนในท้องถิ่นที่รู้ เข้าใจ และจดจำเรื่องของท้องถิ่นตัวเองได้ดีที่สุด

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดโครงการสัมมนาวิจัยเชิงปฏิบัติการ “การเขียนประวัติศาสตร์ประชาชนแบบมีส่วนร่วม” ขึ้น โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๖ - ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร

“ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการพัฒนาหลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยคนในท้องถิ่น เพราะทุกคนล้วนมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ สาเหตุที่เลือกจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากเป็นจังหวัดที่อยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน มีพื้นที่ที่น่าสนใจ เป็นศูนย์กลางของการเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน ที่สำคัญมีสถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มีกระบวนการวิจัย มีคณาจารย์ และชุดความรู้ เมื่อได้ต้นแบบแล้ว จะขยายต่อไปยัง ๑๐ พื้นที่ทั่วประเทศ ณ มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ ฝึกคน จากนั้นจะกระจายสู่โรงเรียนต่อไป”ดร.เฉลิมชัย  พันธ์เลิศ ผู้อำนวยการสถาบันสังคมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน



นับเป็นการปักหมุดที่มีความสำคัญยิ่ง เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน เป็นครั้งแรกที่มีการพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ หล่อหลอมรวมกันเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ภาคประชาชน เพื่อพัฒนาเป็นโมเดลที่ใช้เหมือนกันทั้งประเทศ”ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.วศิน ปัญญาวุธตระกูล ผู้อำนวยการสถานอารยธรรมโขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร

การสัมมนาวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จึงระดมนักวิชาการระดับภาค ระดับประเทศ ตลอดจนคนในท้องถิ่น ได้แก่ ครู นักเรียน นิสิต ปราชญ์ชาวบ้าน ครูภูมิปัญญา นักวิชาการ บุคลากรจากองค์กรต่าง ๆและผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ ในจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ร่วมกันคิด ช่วยกันเขียน ก่อร่างสร้างประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น
“เราสอนประวัติศาสตร์เพื่อเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน สู่อนาคต รากต้องหยั่งลึก จึงจะเติบโตอย่างเข้มแข็ง”อาจารย์อรรถพล อนันตวรสกุล คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อภิปรายถึงความสำคัญของวิชาประวัติศาสตร์
“เราเรียนประวัติศาสตร์เพื่อให้สามารถแสดงมุมมองต่อเรื่องต่าง ๆ ได้ จากข้อมูลวิชาการและมุมมองอันหลากหลาย สามารถเชื่อมโยงตัวเองกับความเป็นภูมิภาคที่กว้างขวางมากขึ้น เป็นสากลมากขึ้น ปัจจุบันที่น่าเป็นห่วงคือ เราเรียนประวัติศาสตร์เป็นชิ้น ๆ เช่น ประวัติศาสตร์ไทย ประวัติศาสตร์สากล โดยไม่สามารถเชื่อมโยงความเป็นไทยกับความเป็นสากลได้ เช่น เราเรียนประวัติศาสตร์สุโขทัย แต่ไม่สามารถโยงกับประวัติศาสตร์จีนได้ ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร ความรุ่งเรืองของสุโขทัยเกี่ยวข้องกับพัฒนาการในอาณาจักรใกล้เคียงกันหรือประเทศมหาอำนาจทางวัฒนธรรมในอดีตอย่างไรบ้าง”


“ทำโปรเจคสามย่านศึกษา ให้นิสิตจุฬาฯ ได้รู้จักสามย่าน แบ่งกลุ่ม แยกกันศึกษา เก็บข้อมูล ลงพื้นที่คุยกับคนในชุมชน ครั้งหนึ่งนิสิตไปคุยกับแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง ป้าเป็นเด็กสามย่าน เกิดและเติบโตที่นี่ ย้ายตลาดมา ๓ ครั้ง ปรากฏว่าป้ามีคำพูดที่โดนใจมาก คือ จุฬาฯ ทุบบ้านป้าไปสร้างตึกให้พวกหนูได้เรียนหนังสือ คำพูดแบบนี้นิสิตไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้นทุนชีวิตของพวกเขาแลกมากับความทรงจำของผู้คน แสดงให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ของผู้คนถูกมองข้ามมาตลอด ถ้าไม่ลงพื้นที่ศึกษา ก็จะไม่เจอเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับผู้คน เกี่ยวกับความทรงจำ เป็นบทเรียนเล็ก ๆ ที่ชี้ให้เห็นว่านิสิตต้องรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เป็นกระบวนทัศน์ที่สำคัญมาก”


“เราคงไม่สามารถที่จะให้เด็ก ๆ เรียนรู้เรื่องท้องถิ่นทุกเรื่องเพื่อจดจำไปสอบ แต่เราเรียนรู้เพื่อที่จะเปิดมุมมองให้กว้างขวางมากขึ้น ยิ่งรู้เรื่องตัวเอง ก็จะยิ่งเห็นว่าตัวเองเป็นใคร เมื่อรู้เรื่องคนอื่นก็จะเชื่อมโยงตัวเองกับคนอื่นได้มากยิ่งขึ้น”
การศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจึงไม่จำเป็นต้องศึกษาจากลายลักษณ์อักษรเสมอไป สามารถศึกษาจากคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งก็คือประวัติศาสตร์บอกเล่า
จากห้องสัมมนาใหญ่จึงถูกปรับเปลี่ยนเป็นการสัมมนากลุ่มย่อย เพื่อหาความทรงจำร่วมในยุคต่าง ๆซึ่งเป็นเหตุการณ์ในท้องถิ่นที่มีผลต่อความรู้สึกนึกคิด ทั้งในด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ด้วยความแตกต่างของคุณวุฒิ วัยวุฒิ อาชีพของผู้เข้าร่วมสัมมนา จึงก่อเกิดข้อมูล ความคิดเห็นอันหลากหลาย


อุตรดิตถ์ ชาวลับแลเป็นคนเชียงแสนอพยพมาตั้งถิ่นฐาน มีความเชื่อเรื่องผีแต่ละหมู่บ้านนิยมนำฝาบ้านมาทำโลงศพ, ชาวน้ำปาดเป็นคนลาวอพยพมาตั้งถิ่นฐาน นับถือพญานาค ฯลฯ
พิษณุโลกปี ๒๔๕๐ เปิดสถานีรถไฟพิษณุโลก, ปี ๒๕๔๗ เกิดแผนการสร้างสี่แยกอินโดจีน, ปี ๒๕๓๓ ชุมชนชาวแพถูกย้ายไปอยู่ที่โคกช้าง, ปี ๒๕๕๕ ชาวไททรงดำที่เคยอยู่อย่างกระจัดกระจายมีการรวมตัวกันเป็นศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมชาวไททรงดำ ฯลฯ
สุโขทัย ปี ๒๕๑๙ เกิดอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย, ปี ๒๕๓๐ สามีฝรั่งคนแรกเข้ามาอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า, ชาวอีสานอพยพเข้ามาอยู่ที่บ้านด่านลานหอยและทุ่งเสลี่ยม ฯลฯ
“วันนี้ได้รู้ว่าประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเรานี่เอง”นายจิรเวศน์ สุธีรภิญโญนักเรียนโรงเรียนอุตรดิตถ์
“จะนำข้อมูลและกระบวนการที่ได้ไปต่อยอดในงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ของตัวเอง” นายกิตติศักดิ์ สีมูล นิสิตสาขาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
“การเรียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสามารถนำไปใช้กับเด็กได้จริง เพราะเด็กคือสื่อกลางในการรวบรวมความรู้ต่าง ๆ จากท้องถิ่นของตัวเอง”นางสายปัญญา สุธีรภิญโญ อาจารย์โรงเรียนอุตรดิตถ์
“ได้เห็นความจริงใจของส่วนกลางในกาลงมาฟังเสียงของคนในท้องถิ่น เก็บข้อมูล ระดมความคิดเห็นของคนทุกช่วงวัย นับเป็นกระบวนการใหม่ มิติใหม่ที่มีคุณค่ามาก เป็นแบบอย่างให้คนรุ่นหลังได้เดินอย่างถูกต้อง และเป็นบรรทัดฐานในการลงพื้นที่ต่อไปในอนาคต”นายณรงค์ชัย โตอินทร์ ปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดสุโขทัย
“ปกติเวลาเข้าร่วมประชุม สัมมนา พอเสร็จก็จบ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ ทำให้ได้กลับมาคิด ทบทวน เพื่อเตรียมตัวรับกับสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เราจะปรับตัวอย่างไร จะสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก ๆ อย่างไร จะทำอย่างไรให้วิถี วัฒนธรรมของไททรงดำยังคงอยู่ กระตุ้นจิตสำนึกของลูกหลานให้มีความภาคคูมิใจ พูดภาษาไททรงดำ แต่งกายแบบไททรงดำ โดยจะนำเข้าที่ประชุมของกลุ่มอนุรักษ์วัฒนธรรมไททรงดำภาคเหนือตอนล่าง และคิดว่าการสัมมนาครั้งนี้ครั้งเดียวยังไม่พอ ต้องระดมข้อมูล ความคิดของผู้รู้อีกมาก”นางดอกรัก วันทรรศน์ ประธานศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมไททรงดำ ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก

จากการสัมมนาครั้งนี้ นักวิชาการและนักวิจัยยอมรับว่าอาจต้องจัดการสัมมนา พูดคุยกันอีกหลายครั้งก่อนเข้าสู่กระบวนการสกัด กลั่นกรอง ถอดบทเรียน เพื่อให้ได้เนื้อแท้ของประวัติศาสตร์แต่ละท้องถิ่น ก่อนพัฒนาเป็นต้นแบบหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อให้วิชาประวัติศาสตร์มีคุณค่าต่อคนไทยและประเทศชาติอย่างแท้จริง



พรปวีณ์ ทองด้วง  นักประชาสัมพันธ์ 
สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร
๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๙

สระบุรี อำเภอเสาไห้ ตั้งด่านความมั่นคงและให้บริการประชาชนในเทศกาลปีใหม่



              เมื่อวันที่29ธันวาคม2558เวลา21.00น.พลตรี อัศวิน บุญธรรมเจริญ ผบ.มทบ.18 ออกตรวจจุดความมั่นคงและจุดให้บริการประชาชนมีนาย สิงหราช วงษ์เสงี่ยม นายอำเภอเสาไห้ได้ให้การต้อนรับพร้อมชุดรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ มณฑลทหารบกที่18 ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองอำเภอเสาไห้สมาชิก อส.อำเภอเสาไห้ กว่า30นายได้ตั้งด่านตรวจความมั่นคงพร้อมให้บริการปีะชาชนและให้คำแนะนำผู้ที่เดินกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่วันที่29ธันวาคม2558วันที่4มกราตม2559ในช่วง7วันอันตราย





                เพื่อเป็นการควบคุมการกระทำผิดกฎหมายจราจรทางบกเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้เพื่อป้องปรามและลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นจากการเมาแล้วขับรถหรือมีการดื่มสุราบนรถจะดำเนินการยึดรถและใบขับขี่ไว้ให้ผู้ขับขี่รถยนต์ได้พักผ่อนก่อนและเป็นการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมหรือแอบขนยาเสพติดในช่วงเทศกาลปีใหม่อีกด้วยถ้าพบผู้กระทำผิดกฏหมายจะยึดรถและคืนให้หลังวันที่4มกราคม2559เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเอง






                ผลการตั้งด่านได้พบผู้ขับขี่รถยนต์มาอาการเมาสุราได้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียนกน-1265สระบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เป่าแอลกอฮอร์พบว่าเกินที่กำหนดถือว่าผิดกฏหมายพรบ.จราจรจึงได้นำส่งสถานีตำรวจภูธรเสาไห้ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป









(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สระบุรี นายวีระโชติ ไชยคิรินทร์ ตรวจเข้ม พนักงานขับรถขนส่งสาธารณะ ช่วงเทศกาลปีใหม่




            ขนส่งสระบุรีเข้มงวดพนักงานขับรถโดยสารและเจ้าหน้าที่เน้นบริการดี พร้อมทหาร ฝ่ายปกครอง ดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน

           


             สำนักงานขนส่งจังหวัดสระบุรี ร่วมกับทหาร ทหาร  ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานีขนส่งสระบุรี เพื่อเตรียมให้บริการประชาชนในการเดินทางเทศกาลปีใหม่  นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนำโดย นายสุนทร วินัยบดี  ผอ. สำนักงาน ปปส. ภาค 1 ได้มาร่วมตรวจหาสิ่งเสพติด และตรวจปัสสาวะพนักงานขับรถ และบุคคลต้องสงสัย รวมทั้งรถรับจ้างบริเวณรอบสถานีขนส่ง เพื่อเป็นการป้องกันและพนักงานขับรถมีความพร้อมและเดินทางปลอดภัยไร้ยาเสพติด

             


             ด้านนายวีระโชติ ไชยคิรินทร์ ขนส่งจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ขนส่งจังหวัดสระบุรีได้เน้นในเรื่องสภาพรถและพนักงานขับรถต้องมีความพร้อมมากที่สุดและให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้คาดว่าในวันที่ 29 ธันวาคม 2558 – 4 มกราคม 2559 นี้จะมีพี่น้องประชานจำนวนมาก จะเดินทางผ่านจังหวัดสระบุรี โดยใช้รถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถบัสโดยสารและรถตู้โดยสารจะมีจำนวนผู้โดยสารมากขึ้นเนื่องจากจังหวัดสระบุรีเป็นเมืองผ่านและเป็นสถานีรถโดยสารชุมทางสำคัญ ที่จะผ่านไปทางภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลางอีกหลายจังหวัด
             



               ทั้งนี้ขนส่งจังหวัดสระบุรีจะตั้งจุดบริการตรวจวัดแอลกอฮอล์สำหรับผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ เจ้าหน้าที่จะตรวจสมุดเดินรถ ตารางเวลาเดินรถ ใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ บริการเครื่องดื่ม ลูกอม ผ้าเย็นให้กับพนักงานขับรถเพื่อลดความตึงเครียด เมื่อยล้าจากการขับรถ และขนส่งจังหวัดสระบุรี โดยจะเข้มงวดเรื่องเวลาในการขับรถ จะไม่ให้ขับรถเกินสี่ชั่วโมงติดต่อกัน หากขับเกินสี่ชั่วโมง ต้องให้ พนักงานขับรถพักเป็นเวลา 30 นาที เพื่อเป็นการป้องกันการหลับในของพนักงานขับรถ ส่วนเรื่องแอลกอฮอล์นั้นจะมีไม่ได้เด็ดขาด นอกจากนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตั้งกล้องตรวจจับความเร็ว เพื่อไม่ให้รถโดยสารขับด้วยความเร็วที่กำหนด และหากผู้โดยสารรู้สึกเกิดความไม่ปลอดภัยในการเดินทาง สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนรับเรื่องราวร้องเรียน 1584 พร้อมกับมีไลน์แอฟพิเคชั่น ในการรับเรื่องร้องเรียน
           



                   ขณะนี้บนถนนมิตรภาพและพหลโยธินการจราจรเริ่มมีรถหนาแน่น ขึ้นเรื่อย ๆ โดยจุดที่มีปัญหาการจราจรก็คือบริเวณคอขวด บริเวณโรงปูนทีพีไอ และบริเวณเนินทับกวางระหว่าง กม.ที่ 17 ไปจนถึงอำเภอมวกเหล็กสภาพถนนเป็นเนินเขาโค้งลาดชันทำให้รถต้องลดความเร็ว ซึ่งผู้ขับขี่ควรระมัดระวังในการขับขี่ด้วย






(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)
เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์  rewat.noyvijit@hotmail.com  08-1910-7445

สุพรรณบุรี ปภ.ระดมท้องถิ่นร่วมตั้งด่านชุมชนป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่




            สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธรณภัย จังหวัดสุพรรณบุรี จับมือท้องถิ่นตั้งด่านชุมชน ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่  เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย






               นายเอกภพ  จันทร์เพ็ญ  หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธรณภัย จังหวัดสุพรรณบุรี  กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559   ณ  ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี ว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  ได้กำชับให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขานรับนโยบายของรัฐบาลเรื่องด่านชุมชน โดยให้ชุมชนแต่ละชุมชนช่วยกันสอดส่องดูแลคนในชุมชน ทั้งเด็ก เยาวชนหรือผู้ใหญ่ ที่มีงานเลี้ยงสังสรรค์ เมื่อดื่มสุราหรือเมาสุรา อย่าให้ขับรถทุกชนิด ควรให้ญาติๆเก็บกุญแจรถ หรือให้ผู้ไม่เมาขับรถไปส่งบ้าน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนในชุมชน  ซึ่งหากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น ช่วยกวดขันคนในชุมชนให้ปฏิบัติตามกฎจราจรและใช้ความระมัดระวังในการขับขี่อย่างจริงจัง ก็สามารถลดอุบัติเหตุได้แน่นอน






                 สำหรับการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 นั้น  จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยทหาร ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมบูรณาการจัดตั้งจุดตรวจและจุดบริการตามจุดสำคัญต่างๆ  พร้อมทั้งลดการสูญเสียทรัพย์สิน  ลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด   โดยมีสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  จังหวัดสุพรรณบุรี  หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เข้าร่วมประชุมระดมความคิดเห็นในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่สำหรับวันต่อๆไป เพื่อเป็นแนวทางในการรณรงค์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น








เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445

สุพรรณบุรี ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์ จองพานิช กำชับทุกอำเภอคุมเข้มอุบัติเหตุช่วงปีใหม่



           ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์ จองพานิช  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กำชับนายอำเภอทุกแห่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ประสานท้องถิ่นคุมเข้มเรื่องกฎจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่






              ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี  กล่าวถึงการเตรียมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 จังหวัดสุพรรณบุรี ว่า ตามแผนปฏิบัติการกำหนดให้มีกิจกรรมรณรงค์ภายใต้ชื่อ “สุขกาย สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย  ปีใหม่ 59”ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2558 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2559 โดยตั้งจุดตรวจและจุดให้บริการประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางภายในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี รวม 19 จุด ซึ่งจะเน้นจุดเสี่ยงตามชุมชนต่าง ๆ ที่มักเกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะจังหวัดสุพรรณบุรี มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ศูนย์ส่งเสริมพันธุ์พืชเพาะเลี้ยงเป็นช่วงเทศกาลไม้ดอกเมืองหนาว ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-15 มกราคม 2559  คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางมาในจังหวัดสุพรรณบุรี  อาจประสบอุบัติเหตุจากการกระทำผิดกฎจราจรของคนในชุมชน เช่น การวิ่งรถย้อนศร เป็นต้น  จึงขอให้นายอำเภอประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น ช่วยกวดขันคนในชุมชนให้ปฏิบัติตามกฎจราจรและใช้ความระมัดระวังในการขับขี่อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการป้องปรามช่วงเทศกาลปีใหม่






               ขณะที่ นายสุรชัย  ชัชกวิน  ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๒ สุพรรณบุรี เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559   ในวันนี้ (30ธ.ค.58)  ณ  ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมกล่าวถึงการรณรงค์ ประจำวันที่  29  ธันวาคม 2558 ว่า  เกิดอุบัติเหตุ จำนวน  10  ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ (admit) จำนวน  10  คน มีผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย1  คน สาเหตุมอเตอร์ไซค์  ไม่ปลอดภัย มีสิ่งกีดขวาง ซึ่งต่อจากนี้ไป พร้อมดำเนินนโยบาย ประชารัฐ ทำประชาคม ในหมู่บ้านเพื่อ สร้างกระแส และปลุกจิตสำนึกดื่มไม่ขับ ตลอดจนกำหนดมาตรการควบคุมการดื่มแล้วขับ  โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันเรื่องการขับรถเร็ว และการดื่มเครื่องดื่ม แอล กอฮอลของผู้ขับขี่ให้มากขึ้นด้วย  และประสานการทำงานร่วมกับขนส่งจังหวัด เพื่อให้ช่วงเทศกาลปีใหม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนลดลง





เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์
เรวัติ น้อยวิจิตร hub admin rewat.noyvijit@hotmail.com 08-1910-7445